วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567

ไฟฟ้ากระแส

 

ไฟฟ้ากระแส คือ การไหลของอิเล็กตรอนภายใน ตัวนำไฟฟ้าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเช่น ไหลจาก แหล่งกำเนิดไฟฟ้าไปสู่แหล่ง ที่ต้องการใช้กระ แสไฟฟ้า ซึ่งก่อให้เกิด แสงสว่าง เมื่อกระแส ไฟฟ้าไหลผ่านลวด ความต้านทานสูงจะก่อให้ เกิดความร้อน เราใช้หลักการเกิดความร้อน เช่นนี้มาประดิษฐ์อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เตาหุงต้ม เตารีดไฟฟ้า เป็นต้น


ไฟฟ้ากระแสแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

  • ไฟฟ้ากระแสตรง ( Direct Current หรือ D .C )
  • ไฟฟ้ากระแสสลับ ( Alternating Current หรือ A.C.)


ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ Direct Current : DC คือ กระแสไฟฟ้าที่มีทิศทางในการเคลื่อนที่เป็นวงจรไปในทิศทางเดียวกัน โดยไหลจากขั้วลบของแหล่งกำเนิดไฟฟ้า ผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วกลับเข้าไปยังขั้วบวกของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าอีกครั้ง ตัวอย่างของไฟฟ้ากระแสตรงที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันก็ได้แก่ แบตเตอรี่รถยนต์ และวงจรของถ่านไฟฉาย เป็นต้น โดยไฟฟ้ากระแสตรง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ไฟฟ้ากระแสตรงประเภทสม่ำเสมอ (Steady D.C) เป็นไฟฟ้ากระแสตรง ที่ไหลอย่างสม่ำเสมอตลอดไป ไฟฟ้ากระแสตรงประเภทนี้ได้มาจากแบตเตอรี่หรือ ถ่านไฟฉาย
  • ไฟฟ้ากระแสตรงประเภทไม่สม่ำเสมอ ( Pulsating D.C) เป็นไฟฟ้ากระแสตรงที่เป็นช่วงคลื่นไม่สม่ำเสมอ มักได้มาจากเครื่องไดนาโมหรือ วงจรเรียงกระแส (เรคติไฟ )


ไฟฟ้ากระแสตรง ต้องมีคุณสมบัติ คือ

  • กระแสไฟฟ้าไหลไปทิศทางเดียวกันตลอด
  • มีค่าแรงดันหรือแรงเคลื่อนเป็นบวกอยู่เสมอ
  • สามารถเก็บประจุไว้ในเซลล์ หรือแบตเตอรี่ได้


ไฟฟ้ากระแสตรง มีประโยชน์อย่างไรบ้าง

  1. ใช้ในการชุบโลหะต่าง ๆ
  2. ใช้ในการทดลองทางเคมี
  3. ใช้เชื่อมโลหะและตัดแผ่นเหล็ก
  4. ทำให้เหล็กมีอำนาจแม่เหล็ก
  5. ใช้ในการประจุกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี
  6. ใช้ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์
  7. ใช้เป็นไฟฟ้าเดินทาง เช่น ไฟฉาย


ความต้านทาน คืออะไร

กฎของโอห์มกล่าวว่า “เมื่ออุณหภูมิคงที่ ค่าของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านโลหะตัวนำหนึ่งจะมีค่าแปรผันตรงกับความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างปลายทั้งสองของตัวนำนั้น โดยอัตราส่วนระหว่างความต่างศักย์ไฟฟ้ากับกระแสไฟฟ้าย่อมมีค่าคงที่ เรียกว่า ความต้านทาน”

ความต้านทาน (Resistance ; R) มีหน่วยเป็น โวลต์ต่อแอมแปร์ หรือ โอห์ม และแทนด้วยสัญลักษณ์







 

Chiangmai Thailand